วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552

Mode ::: แอบเอาไดอารี่ของเดียร์มาลง 2

รูปนี่ไม่เกี่ยวหรอกแต่ชอบมากมาก ก้อเรยเอามาลง คริ คริ
.
.
ต่อจากวันก่อน........นั่งรอเวลาเค้ามาเรียกไปสัมภาษณ์....
ระหว่างรอสัมภาษณ์ก้อชโงก ดูกระดาษของคนข้างๆ เนียรๆ ไปเรื่อย 555++เ
ขียนอารายกานบ้างว้า.... ละก้อมีคนมาคุยๆ ถามๆ ด้วยว่ามาสมัครครั้งแรกป่าว (ใช่ๆ)
ระหว่างนั้นพนักงานก้อเรียกรอบแรกไปสัมภาษณ์ คนมาใหม่ก้อมานั่งข้างๆ
อะนะไม่ได้เตรียมปากกามา...(เราใจดี จิงๆ แล้วมะรุจะเขียนอะไรแร้นตะหาก อิอิ จึงให้ยืมปากกาไป)
คุณวินดา วินดา นั้นละ เจ้าหน้าที่มาเรียกแล้ววว ในใจยังห่วงปากกา (แท่งโปรดเขียนดี) เหอๆ
แต่ก้อตามเจ้าหน้าที่ไป มีคนเดินตามมาอีก สองคน....
อีกคนไปนั่งรออีกห้อง อีกคนฟังผิด (เค้าชื่อวินนา ละ อิอิ)
เดินไปรอหน้าห้อง (มีห้องสัมภาษณ์สองห้อง) เราได้ห้องหนึ่งมีคนนั่งรออยู่แร้วสองคน ..
เจ้าหน้าว่าพอคนเดินออกมาได้ยินเสียง กระดิ่งให้เดินเข้าไปเยยอุ๊..
คนห้องข้างเดินออกมาด้วยสีหน้าเจือกๆ แล้วบ่นว่า "ทำไมถามยากจัง"
(โหยยย ช่วยกรุได้เยอะเรย)
ระหว่างรอคนเดินออก เดินเข้า นั่งสมาธิ (จิงๆ ทำใจ (ให้สบาย)) จะได้มะเครียด คิดให้ไว ตอบให้ไว....
สูดลมหายใจเข้า ออก ลึกๆ ระแล้วววววคนสุดท้ายก้อออกมา (น้องเค้ายังไม่ทันเดินออกมาดีเรย)
เสียงกระดิ่งก้อดังขึ้น (อืม..... ลืมบอกไปว่า แต่ละคนใช้เวลาสัมภาษณ์ 15-20 นาทีเองอะ)
ได้เวลาแร้นนน มั่นใจๆๆๆๆเปิดประตูเข้าไปเจอ อาจารย์ 2 ท่าน (ช กะ ญ)
อะก้นยังไม่ติดเก้าอี้เรย ....
คำถามแรก ยิงมา : แนะนำตัวสิ (เราก้อ บรา บร้า บร้า)
คำถามที่ 2 : ถ้าคุณเป็นเส้นใยคุณอยากเปงเส้นใยอะไร (ชงัก นิดนุง โอ้แม่เจ้า.... คิดอยู่ 3 วิ ก้อตอบไป ว่า ..... แร้นชักแม่ม้ำ 2 สายมาอธิบาย)
คำถามที่ 3 : เศรษฐกิจดี ไม่ดี ดูจากอะไร (เอ๊ะ คิดสิ คิด อยากรุว่าตอบไรมาถามเอง อิอิ)
คำถามที่ 4 : นิด้าเปงของรัฐ หรือ เอกชน (อันนี้ด้วยความโชคดี ผีคุ้ม ระหว่างนั่งเรื่อยเปื่อยกะการเขียนภาษาอังกฤษ นั่งดูวิถีทัศน์ที่บรรยายถึง นิด้าและคณะนี้ จึงได้คำตอบที่ถูกต้อง ที่แรกเข้าใจว่าเปงของเอกชน ดีนะเนี๊ยะเกือบตกม้าตายแร้น)
คำถามที่ 5 : ถ้าคุณเลือกเป็นปลาทะเลคุณจะเปงปลาอะไร(กำ กำ คำถามจิตวิทยาอีกละ..... อืม เออ ปลา "การ์ตูน" คราวนี้ชักมหาสมุทรมาอธิบาย ดีนะเนี๊ยะดู จีโอกราฟฟิกอยู่บ้าง ที่ร๊ากหาว่าติ้งต๊อง กำ ดันนึกออกแค่ปลาอันเน้ ลืมนึกถึงว่าที่ห้อยอยู่ที่คออะ ปลาโลมา 555 ==" ที่ร๊ากบอกว่าเราใจดีเหมือนปลาโลมา เฮ้อออ อีตอนนั้นนึกมะออก ซะนิ)
คำถามที่ 6 สุดท้ายละ : ถ้าเรียนจบจากที่นี้อีกห้าปีจะฝันอยากเป็นอะไร(อะ... อันเน้เตรียมมา กะลังจะเกริ่น ว่าเมื่อห้าปีที่แล้วฝันจะเป้น ผจก. มะทันจะถึงกลางประโยค... อาจารย์ดุว่าอีกห้าปีข้างหน้า (แงๆ มะทันจะฟังเราเรยอะ) เคๆ มะเกริ่นก้อได้ ฮืมมมม มะบอกเหมือนเดิมรอดูกานเองนะ)
รุสึกเหมือนแปปเด่วเอง.... แต่ก้อมะได้ดูนาฬิกาว่าใช้เวลาไปเท่าไร
(คำตอบที่เตรียมมา โครงการต่างที่เคยทำ หน้าที่การงานทำอะไรบ้าง ทำไมๆ ไม่ถามเค้าสักคำ แงๆ) ....
รีบออกมาจากห้อง (ปวดฉี่ๆ อิอิ) พอดีกะคนที่ยืมปากกาไปเอามาคืน (นึกว่าจะไม่ได้คืนซะแร้ว)
ลงลิฟท์....มาเล่าให้ม๋ารี่ฟัง
ป่ะๆ กลับบ้านกานเสร็จสิ้นภารกิจ รอเค้านานมั้ย
ที่เหลือก้อขึ้นอยู่กับโชคชะตา ฟ้าลิขิต.... วันที่ 16/02/09 รุ้ผลๆ จะมาบอกอีกทีน๊า

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552

Mode ::: แอบเอาไดอารี่ของเดียร์มาลง



เฝ้ารอวันนี้ 23/01/09 ด้วยใจระทึก
ทั้งเตรียมอ่านหนังสือ ข่าวเศรษฐกิจ เหตุบ้านการเมือง
(ลาพักร้อนด้วย 1 วัน) ก้อเราสมัคร MBA นี่เนอะ
โชคดีได้สัมภาษณ์รอบบ่ายไม่ต้องเครียดตื่นเช้าเลยตื่นมาตอนเก้าโมงก่าๆ
เพราะที่รักที่อุตสาห์ไปเปงเพื่อนตื่นก่อน (เหตุเพราะเราไม่ค่อยรุทางไป ต้องมีเนวิกเกเตอร์ไปด้วย)
ไอเราก้อมัวชักช้าเนอะ (โดนดุเรยว่าเด่วไปมะทัน แฮ่ๆ)
จึงรีบออกจากบ้านตอน 11 โมง.... ขับรถออกมาใจเสียนิดนุง
แว๊กๆ ทะมายรถติดจังฟ่ะ แล้วจะไปถึงกี่โมงกี่ยาม (นึกในใจ)
กัวบ่นไปคนข้างๆ ด่า อิอิ ข้าวปลาก้อยังไม่ได้กิน เซ็งจิตสุดท้าย
ก้อมาถึง ราว เที่ยงหน่อยๆ เอง เพราะรถไม่ได้ติดมากมาย
เฮ้อออ โล่ง แถมได้กินข้าวด้วย กัวสมองมะแร้นนนจวนจะได้เวลาเที่ยงสี่สิบห้า
(เค้าให้ลงทะเบียนก่อนสิบห้านาที)รีบเดินๆ ไปที่ตึก ชั้น แปด (พร้อมกับคนสมัครอีกรวมสิบคน)
ณ เวลาที่ขึ้นลิพท์ไปด้วยกานมาถึงๆ ที่ลงทะเบียน
โชคดีมาก ม๊าก ที่หยิบกระเป๋าตังค์มาด้วย
(เค้าขอดูบัตรประชาชนด้วย โล่งอก มะงั้นคง ต้อง หูดับ ตับไหม้วิ่งลงมาเอา)
ห๊า... เค้าแจกใบอะไรให้ด้วยอะ เวง อะซิ ให้ตอบคำถาม....เปงภาษาอังกฤษ
(หูยยยยยยยยยยย กรุมะได้เตรียมมาเยย สาด) เหงคนอื่นโทรสับ ถามใหญ่เยย
เราอะ ทำไงดีๆ ทอสับก้อมะได้เอามา...... ดนสด อะ เขียนไปสี่บรรทัด
ขณะที่คนอื่นๆ เต็ม A4 Y_Y เศร้าใจ...นั่งรอเวลาเค้ามาเรียกไปสัมภาษณ์....
Ps.เดวมาต่อนะ (มานจะเริ่มยาวละ) เพราะแต่ละคำถาม

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

Note impress




ห่างหายไปจากบล็อคนี้พอดู เพราะมะค่อยจะมีอารมณ์ที่จะเขียน

เนื่องจากอากาศหนาว อยากนอนอย่างเดียวเรย

แต่ต้องบันทึกซะหน่อย เพราะมีเดือนนี้มีสิ่งสำคัญอยู่หลายอย่าง

วันที่ 8 มกราคม.....วันเกิดนู๋วินนี่

นู๋วินนี่ อายุครบ 4 ครบแร้วววววววววว

อายุเท่ากันระยะเวลาที่ พี่รี่ กะ พี่บุ้ง คบกานเเรยชียวหละ

แต่พี่แม็กนี่ ไม่รุว่าเกิดวันไหน แต่กะว่าจะให้ฉลองพร้อมกะพี่บุ้งนะคัฟ


อีกไม่กี่วัน ก้อจะก้าวเข้าปีที่ 5 ของเรากะพี่บุ้งแร้วนะ

ไวจังเรย เหมือนเวลาที่อยุ่ด้วยกานไม่นานขนาดนั้น

อยู่ด้วยกานทุกวัน นอนกอด นอนก่าย กานทุกคืน

มีไม่ถึงเดือนซะมั้งที่ไม่ได้นอนก่ายกาน กอดกาน

จนบางที เวลาที่อยู่ห้องคนเดียว มองไปมะเจอเดียร์ก้อเหงาขึ้นมาซะงั้น

บางครั้ง เล่นเนท ทำโน้น นี่ โดยที่เดียร์นอนดูทีวีอยู่

โดยที่ไม่ได้คุยกานเรย แต่มองเห็นว่ามีเดียร์นอนอยู่ในห้อง

ก้อรู้สึกอุ่นใจ ไม่เหงานะ มานรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ






วันที่ 31 มกราคม ก้อครบ 4 ปี ของเรา

นับเอาวันแรกที่เจอกาน ไปกินข้าวด้วยกานวันแรก

เร็วเนอะ เราจะมีปีต่อไปๆไปเรื่อย เท่ากะอายุนู๋วินนี่

เพราะพี่รี่อยากให้นู๋วินนี่กะพี่แม็ก อยู่กะพี่รี่พี่บุ้งตลอดไปนะคร่ะ



Ps.ตั้งใจจะอัพนิดเดียว อุ่นเครื่องก่อนฉลองวันที่ 31 ไง๋ยาวจัง

เย้ๆ บ้านใหม่ กะร้านของเรา ใกล้ขาเป็นจิงแร้ว Soo Cool

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ลำบาก...ต้องทน ชิมิ๊


อันเนื่องมาจากเมื่อวาน พอเดียร์กลับมาจากทำงาน
ก้อชวนไปร้าน ทำเล็บ เราทำนะ ไม่ใช่คุงเดียร์ทำ
พิมพ์คอมลำบากม๊ากกกกกกกกกกกก
ไม่เคยไว้เล็บยาวขนาดนี้เรย ไม่ชินจิงๆ
แต่เดียร์บอก ดีแร้ว จะได้มะต้องทำไรเยอะไง
อยุ่เฉยๆ ถ้าอยากจะสวย
ความอยากสวย มานทำลำบากม่ะเนี่ย แต่ก้อชอบอ่ะ
เพราะอยากสวย 5 5 5 +
ใช้คอมลำบาก เรย mix รุปลำบาก ไม่สวยเรย แต่พอละ
เอารุปนู๋วินนี่มาลงก้อโอเค
Merry 'X mas
PS.วันนี้นัดกะเพื่อนไปลานเบียร์เมเจอร์โย๋ รัชโยธินนั่นเอง
กะถ่ายรุปมาเยอะๆ ไม่ได้ถ่ายกะเพื่อนนานละ นานมมาก
เจอกานไม่นึกถ่ายรูป วันนี้จะถ่ายให้ชุ่มปอด
โดยเฉพาะ...กะให้ที่รักเป็นตากล้องด้วยละ

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พี่แม็ก บริจาคเลือดมาครับ

เนื่องจาก...ได้ข่าวจากเพื่อนๆในห้องของน้องแมวของพันทิป

ว่ามีน้องแมวที่กำลังจะตาย ชื่อน้องขอด(มาจากหางขอด)

น้องขอดเป็นปอดบวม และเป็นโลหิตจาง เม็ดเลือดแดงจะหมดตัวแร้ว

ต้องการเลือดที่จะช่วยมาสร้างเม็ดเลือดแดงด่วนมาก

ถ้าไม่ได้เลือดน้องขอดจะไม่รอดแน่ แน่

พี่บุ้งเห็นดังนั้น เรยคิดว่าจะพาพี่แม็กไปบริจาคเลือด

เพราะพี่แม็กแข็งแรงและอวบอ้วนมาก น่าจะบริจาคเลือดได้สบายๆ

อีกทั้ง คลีนิคก้ออยุ่แค่ประชาชื่นนี่เอง

วันเสาร์ตอนเย็นเรยพาพี่แม็กไปเจาะเลือด

พอกลับมาบ้าน คุงหมอบอกว่าเลือดพี่แม็กเข้ากับน้องขอดได้ เย้ เย้ เย้

พอวันอาทิตย์บ่ายก้อเรยพาพี่แม็กไปให้เลือดน้องขอด

ขอแค่ 20 cc. เท่านั้นก้อพอ

คุงหมอกะผู้ช่วยชมพี่แม็กว่า เก่งมากมาก ไม่ร้องไม่ดิ้น

ไม่โวยวาย แถมยังทำเสียงครืดๆๆ เหมือนมีความสุขอีกต่างหาก
เ

หมือนพี่แม็กจะรู้ว่ากำลังช่วยชีวิตๆนึงอยุ่ แต่....

คนที่ดิ้นเยอะๆ อยากรุอยากเห็นอยุ่หน้าห้องเจาะเลือด มิใช่ใคร นู๋วินนี่ นี่เอง


รู้สึกอิ่มใจ และ ดีใจ ไปกับพี่แม็กด้วย จิงจิง




พอบริจาคเลือดแร้ว ก้ออกมาหน้าห้องเอาใจช่วยน้องขอด








น้องขอดได้เลือดจากพี่แม็กแร้ว หายเร็วๆ นะคร่ะ


พี่แม็กนั่งรถกับบ้านด้วยความสบายใจ เหมือนไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าไปช่วยชีวิตใครมา

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Spider Lilies ++


เมื่อคืนก่อน ด้วยอาการนอนไม่หลับ แต่...เดียร์หลับไปละ
เรยนอนดูหนังอยุ่คนเดียว เผอิญเปิดไปเจอหนังเรื่องนี้เข้า
พึ่งเริ่มพอดี ก้อเรยดู ไปๆ มาๆ ชอบจัง
เนื้อหาเหมือนพยายามที่จะให้คนดูรับรู้เองว่าตัวละครต้องการอะไร
ที่สำคัญ เป็นหนังเลสเบี้ยน นางเอกทั้งคนสองน่ารักมากๆ
นางเอก(ในเรื่องน่ารักจิงๆยังกะตุ๊กตา)นางเอก...อีกคน(เท่ห์มากมาย)
จนทำให้ประทับใจ ต้องเอาเก็บไว้



Spider Lilies เป็น หนังเลสเบี้ยน สร้างโดย ซีโร่ โจว ผู้กำกับฯ ที่ (ยอมรับว่าตัวเอง) เป็นเลสเบี้ยน แถมยังได้ รางวัลหนังเกย์/เลสเบี้ยนยอดเยี่ยม จาก เทศกาลหนังเบอร์ลิน แต่ไม่ว่าจะสังกัดเพศไหน มีรสนิยมเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แบบใด หนังเรื่องนี้ก็มีดีสำหรับคุณทั้งนั้น เพราะนอกจากประเด็นความสัมพันธ์ของผู้หญิง 2 คนที่รักใคร่ผูกพันกัน (ฉันชู้สาว) หนังยังชวนเราไปทบทวน "อดีต" และดู "ปัจจุบัน" ของพวกเธอและตัวเองเราอีกด้วย ในส่วนของอดีต แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนเป็นผลผลิตของวันวานด้วยกันทั้งสิ้น วัยเด็กคิด-เห็น-ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร ก็ล้วนมีส่วนหล่อหลอมความเป็นเราในวันนี้ทั้งนั้น


เจด (เรนนี่ หยาง) ในวัยเด็กนั้น ถูกมารดาทอดทิ้งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
เธอถูกทิ้งไว้ ในขณะที่น้องชายถูกแม่ "เลือก" ช่วยชีวิตและพาไปอยู่ด้วย
ให้หญิงสาวต้องมาอยู่ในความเลี้ยงดูของยายตาบอด
แล้ววันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับ ทาเคโกะ (อิซาเบลลา เหลียง) รุ่นพี่มาด (และใจ) ทอมบอย
ด้วยความที่เหงาไม่มีใคร เธอจึงยึด ทาเคโกะ ไว้เป็นคนสำคัญของชีวิต
ความจริงเจดเรียกความสัมพันธ์กับทาเคโกะว่า "รักครั้งแรก" เลยด้วยซ้ำ
ด้านทาเคโกะนั้นก็มีความทรงจำวัยเด็กอันปวดร้าวไม่น้อยไปกว่ากัน
เพราะหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว เธอก็ต้องสูญเสียพ่อ
อีกทั้งความสัมพันธ์ของเธอกับน้องชายก็เปลี่ยนไปในทางลบ
โดยหญิงสาวเฝ้าแต่โทษว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง





สำหรับ เจด แม้จะถูกทอดทิ้ง
แต่เธอก็ยังมีช่วงเวลาที่งดงามอยู่บ้างยามได้อยู่กับรุ่นพี่
ในขณะที่ทาเคโกะมีแต่ความรู้สึกปวดร้าวผิดบาป
เธอคนแรกจึงเลือกที่จะจดจำอดีตของตน ในขณะที่คนหลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะลืม
หลายปีผ่านไป ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง
โดยที่ปัจจุบันขณะที่เจดคือ สาวเว็บแคม ส่วนทาเคโกะนั้น รับจ้างสัก
ซึ่งอาชีพของทั้ง 2 สาวดูจะมีความแตกต่าง
คนหนึ่งให้บริการแก่ผู้ที่เธอไม่รู้ตัวตน อีกคนสร้างตัวตนหรือจารึกสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ลูกค้า "ฉันคือของเก๊สำหรับเธอรึเปล่า" ตำรวจหนุ่มที่มาล่อซื้อบริการ
ทว่ากลับตกหลุมรักเจดในที่สุด ถามขึ้น ด้วยอินเตอร์เน็ตนั้น จะว่ากันตามจริงก็เป็นแค่โลกเสมือน





"ถ้าคุณจำฉันได้ ฉันจำคุณได้ ก็แปลว่ามีตัวตน" เธอตอบ
โลกของเธอจึง "มีจริง" อยู่บ้าง แม้ว่าจะดูเหมือน "ไม่มี"
ด้วยเหตุนี้ "เธอไม่สามารถเป็นตัวแทนใครได้เพราะรอยสักหรอกนะ"
ภาพหลอนของพ่อที่ตายไปบอกแก่ทาเคโกะ
หลังจากที่เธอพยายามสักรูปดอก "สไปเดอร์ ลิลลี่" บนแขนซ้ายอย่างที่พ่อมี
เพราะอยากเป็นตัวแทนพ่อให้แก่น้องชาย


การสักจึงไม่สามารถสร้างตัวตนให้ใคร (อย่างน้อยก็ตัวเธอ) ได้อย่างที่ควรจะเป็นเพราะเหตุนี้
"คนที่ไม่ยอมหลับ คือคนที่สับสนระหว่างโลกแห่งความจริงและความฝัน"ตัวละครหนึ่งพูดไว้
และบางทีหญิงสาวทั้งคู่อาจจะกำลัง "นอนไม่หลับ" และ "สับสน" สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ก็เป็นได้


วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

บันทึก นู๋วินนี่ กับ พี่แม็ก

ขอบันทึกเรื่องราวของ นู๋วินนี่ กับ พี่แม็ก บ้าง
เนื่องจากช่วงนี้ว่างเกิ๊น รอเวลาที่ร้านจะเรียบร้อย
เรยมีเวลาอยุ่กะเจ้า 2 ตัวตลอด

วันไหนที่เราตื่นสายนะ ตัวแสบวินนี่วิ่งขึ้นมาปลุกบนที่นอนเรย
เปงแมวแต่ไม่ร้องเหมี๋ยวๆ กลับร้องแต่ อื้อๆ อึ๊ยๆ แปลกแต่จิง
วิ่งขึ้นมามองน่า พอจะจับ ก้อวิ่งนี้ เป็นอย่างนี้จนก่าเราจะตื่น
เพราะตื่นมาต้องพาออกไปเดินเล่น+นอนในกรงที่ระเบียงหน้าห้องทุกวัน
ส่วนพี่แม็ก ไม่ต้องอยุ่ในกรง เพราะพี่แม็กรู้เรื่อง โตแร้ว
ถึงจะเดินไปข้างล่าง เดินเล่นรอบบ้าน...ยังไงพอตะโกนเรียก
พี่แม็กก้อจะวิ่งขึ้นกะไดด้วยความว่องไวมาหาทุกที
ไม่น่าเป็นห่วงเหมือนตัวแสบ ต้องให้วิ่งไล่จับตลอด

เคยหายไปข้ามบ้านไป 4 หลังคา หลังจากนั้น ไว้ใจนู๋ไม่ด๊ายยยย
ต้องคอยดูตลอด ต้องอยุ่ในกรง
เพราะวินนี่ไม่เคยอยุ่กะแมว อยุ่กะพี่รี่มาตั้งแต่ 2 เดือนจนตอนนี้ 4 ขวบ
ทำให้นู๋วินนี่เหมือนคนมากก่าแมว ไม่ยอมร้องเหมี๋ยวๆ
พฤติกรรมเหมือนคนไปโดยปริยาย
พี่แม็กอายุประมาณ 6 ขวบละมั้ง มาอยุ่กะพี่รี่ได้ 2 ปีเอง
รับมาเลี้ยงเพราะเจ้าของใจร้าย พอพี่แม็กโตไม่น่ารัก ก้อจะทิ้ง ใจร้ายจิงๆ
ตอนแรก มีพี่แม็กกับเฟอร์บี้ด้วย 2 ตัว เปงเปอร์เซียที่สวยมาก
ท่าจะซื้อมาแพง ไม่เข้าใจว่าทิ้งลงได้ยังไง
รับมาอุปการะ ทั้ง 2 ตัวไม่ไหว เฟอร์บี้เรยได้ไปอยุ่กะเพื่อนเดียร์แทน
ตอนนี้เฟอร์บี้เปงคุงนู๋ม๊าก มาก เปงแมวไฮโซไปแร้ว

และ...พี่แม็กเปงที่ระบายของวินนี่ไปโดยปริยาย
เพราะพี่แม็กไม่เคยสู้ ยอมให้วินนี่แกล้งทุกอย่าง
ไม่ว่าวินนี่จะโดนพี่รี่กะพี่บุ้งแกล้งไงๆ
วินนี่ก้อจะไปแกล้งพี่แม็กต่อทุกครั้ง ไม่ว่าจะ อยุ่ๆโดดกับคอ เอามือไปตบๆๆๆน่าพี่แม็ก
พี่แม็กย๊อมมมมมมมม หลับตาปี๊ตลอด ไม่มีการตอบโต้ ใจดีจิงๆ
เดือนหน้า นู๋วินนี่ ครบ 4 ขวบ วันที่ 8 มกรานะคร๊า
Ps. หลังจากที่ขุนวินนี่ให้อ้วนๆโดยการให้กินซุปไก่สกัด แบรน วินนี่เจริญอาหารขึ้น อ้วนขึ้น
ขนสวยขึ้น เพราะเค้าบอกว่าแบรนมีประโยชน์ทำให้น้องม๋า น้องแมว แข็งแรง เป็นเรื่องจิงนะเนี่ย